จากแนวคิด Allergic March (ซี่รี่ส์ของภูมิแพ้) อธิบายว่าอาการภูมิแพ้ในช่วงขวบปีแรก จะเป็นการแพ้อาหารหรือผื่นแพ้ผิวหนัง แล้วตามมาด้วยอาการแพ้เกี่ยวกับทางเดินหายใจ ได้แก่ อาการแพ้อากาศ และหอบหืดเมื่อโตขึ้น ซึ่งการป้องกันอาการแพ้ในช่วงแรกของชีวิตมีบทบาทช่วยลดโอกาสที่จะพัฒนาไปสู่โรคภูมิแพ้อื่นๆ หรืออย่างน้อยอาจช่วยลดความรุนแรงของโรคที่จะเกิดขึ้นได้



ประเมินความเสี่ยงได้ตั้งแต่ตั้งครรภ์ เพื่อความฝันที่ไม่สะดุด

  • การประเมินความเสี่ยงต่อภูมิแพ้ของลูกจากประวัติของพ่อแม่เป็นสิ่งที่ทำได้เองทันที แต่สิ่งที่สำคัญคือควรดูแลตัวเองอย่างเหมาะสม เมื่อรู้ว่าลูกมีความเสี่ยงสูงต่อการเป็นโรคภูมิแพ้ อย่ารอให้เกิดอาการแล้วค่อยแก้ไข เพราะจะสายเกินกว่าจะป้องกัน ในขณะที่เด็กรุ่นใหม่มีโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นภูมิแพ้มากขึ้น การศึกษาหาข้อมูลที่นำไปสู่การป้องกันจึงเป็นเรื่องที่พ่อแม่ยุคใหม่ควรวางแผน และเริ่มได้ตั้งแต่วันนี้ เพื่อให้แน่ใจว่าสุขภาพที่ดีของลูกคือสิ่งที่พ่อแม่กำหนดได้


ป้องกันดีกว่า…ถ้ารักษาแล้วเรื่องใหญ่่

  • โดยทั่วไปการป้องกันไม่ให้เจ็บป่วยย่อมดีกว่าการรักษาเมื่อป่วยแล้ว จากการประมาณค่าใช้จ่ายในการดูแลเด็กไทยที่เป็นภูมิแพ้ชนิดต่างๆ พบว่ากว่า 40% เป็นไปเพื่อการรักษาโรคแพ้โปรตีนนมวัว* นอกจากนี้การแพ้โปรตีนนมวัวรวมถึงการแพ้อาหารชนิดอื่นๆยังส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของทั้งครอบครัว พ่อแม่ต้องดูแลเด็กกลุ่มนี้เป็นพิเศษ ระวังเรื่องอาหารการกินซึ่งในบางรายต้องดูแลจนกระทั่งเข้าโรงเรียน ยังไม่รวมถึงกรณีที่พัฒนาไปสู่อาการแพ้ชนิดอื่นๆซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นอุปสรรคต่อพัฒนาการและความฝันของลูกในอนาคต


เมื่อป้องกันแล้ว ถ้ายังแพ้ก็ยังรักษาง่ายกว่า

  • การป้องกันแต่เนิ่นๆอาจประสบความสำเร็จไม่มีอาการแพ้เกิดขึ้นเลย ถ้ามีอาการก็อาจเป็นช้ากว่าที่ควร หรือลดความรุนแรงของอาการลง เมื่ออาการไม่รุนแรงก็มีโอกาสที่จะควบคุมอาการได้ง่าย และเป็นไปได้ที่จะหายเป็นปกติได้เร็ว

Ngamphaiboo J. 2009.


อ่านเพิ่มเติม