มารู้จักอาการโคลิค


ต้นเหตุอาการไม่สบายท้อง (ต้นเหตุ FGIDs)

อาการไม่สบายท้อง หมายถึง ภาวะที่มีอาการผิดปกติของระบบทางเดินอาหารโดยไม่พบโรคที่จะอธิบายได้ อาการเหล่านี้มีมากมาย เช่น ท้องผูก โคลิค แหวะนม อาเจียน ท้องร่วง อาการเหล่านี้พบได้บ่อยตั้งแต่วัยทารก วัยเด็ก วัยรุ่นจนถึงวัยผู้ใหญ่ ซึ่งอาการกลุ่มนี้อาจจะไม่ส่งผลกระทบต่อร่างกายโดยตรง แต่ส่งผลกระทบทางอ้อม เช่น เกิดความเครียดของผู้ดูแล การไม่สบายบางอาการ เช่น การแหวะนมในวัยทารกอาจจะส่งผลให้เสี่ยงต่อการเกิดกรดไหลย้อนมากขึ้นในอนาคตได้ อาการไม่สบายท้องในเด็ก มักเกิดจากระบบทางเดินอาหารของเด็กยังทำงานไม่สมบูรณ์ประกอบกับการได้รับนมที่ไม่เหมาะกับสภาพลำไส้ ทำให้ระบบการย่อยไม่สมบูรณ์ส่งผลให้เด็กเกิดอาการไม่สบายท้อง พบว่าอาการไม่สบายท้องสามารถพบได้ในทารกถึง 30% *

* Vandenplas Y et al. J Pediatr Gastroenterol Nutr. 2015;61(5):531-7


แบบไหนเรียกว่าโคลิค?

1 ใน 5 ร้องโคลิค

การร้องโคลิคอาจเกิดขึ้นจากหลายปัจจัยกระตุ้น เช่น อาจจะเป็นเพราะเด็กคุ้นเคยกับการอยู่ในท้องอบอุ่นของแม่มาก่อน เมื่อออกมาสู่โลกภายนอก เด็กก็รู้สึกหวาดกลัว ยังไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับโลกภายนอกได้ หรือเกิดจากระบบการทำงานของลำไส้ยังไม่สมบูรณ์ ย่อยน้ำตาลแลคโตสในนมได้ไม่หมดทำให้เกิดแก๊สในระบบทางเดินอาหารมากจนทำให้เด็กปวดท้อง ระบบประสาทอัตโนมัติที่ทำให้การเคลื่อนไหวลำไส้ผิดปกติ จุลินทรีย์ในลำไส้มีความหลากหลายน้อย หรือแม้แต่การแพ้นมวัวในเด็ก ซึ่งเหล่านี้ล้วนเป็นการสันนิษฐานว่าอาจเป็นสาเหตุปัจจัย ที่ทำให้เกิดการร้องโคลิคได้ทั้งสิ้น*

การที่เด็กร้องไห้ปกติถือเป็นการสื่อสารอย่างหนึ่ง ที่จะบอกความต้องการต่างๆ เช่น หิว ง่วงนอน หรือเจ็บป่วย แต่การที่ลูกร้องไม่หยุด หรือลูกร้องไห้ไม่มีสาเหตุ ในช่วง 5 เดือนแรกอาจเป็นการร้องโคลิค ได้

แบบไหนเรียกว่าโคลิค? **

  • มีสุขภาพทั่วไปแข็งแรงดี ระหว่างที่ไม่มีอาการ ลูกดูสบายดี
  • เกิดในทารกอายุน้อยกว่า 5 เดือน
  • อาการร้องงอแงมักเกิดโดยทันที และร้องไห้โดยไม่มีสาเหตุ
  • เกิดในช่วงเวลาเดิมๆในแต่ละวัน 
  • เด็กร้องดัง คล้ายปวดท้อง โดยเกร็งท้อง มือ และขางอเข้าหาตัว
  • ร้องแล้วปลอบได้ยาก จนกระทั่งหยุดร้องไปเอง
  • ไม่สามารถป้องกันการร้องไห้ได้

ซึ่งอาการเหล่านี้เป็นเพียงแนวทางคร่าวๆเพื่อประเมินเท่านั้นยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าลูกมีอาการร้องโคลิคจริงๆ หากมีข้อสงสัยขอแนะนำให้ลูกไปพบกุมารแพทย์เพื่อทำการตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติม

*สุพร ตรีพงษ์กรุณา, ภาวะทางเดินอาหารทำหน้าที่ผิดปกติไร้โรคทางกายในเด็ก, 2558

** Zeevenhooven J et al. Pediatr Gastroenterol Hepatol Nutr. 2017;20(1):1-13.


คุณแม่จะช่วยลูกน้อยที่มีอาการโคลิคได้อย่างไร?

คุณแม่สบายใจได้เลยว่าอาการโคลิคของลูกนั้นไม่ใช่อาการถาวร และจะหายไปเองในไม่ช้า เพียงแต่บางครั้งก็เป็นเรื่องยากที่คุณแม่จะต้องฟังเสียงร้องไห้เป็นเวลานานทุกๆ วัน และจากการศึกษาพบว่าการร้องโคลิคในวัยทารกเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดปัญหาในอนาคต เช่น เด็กสมาธิสั้น เป็นต้นได้ ลองดูเคล็ดลับในการปลอบลูกน้อยที่กำลังร้องโคลิค เพื่อจะช่วยแก้ปัญหานี้ได้บ้างนะคะ

  • ปรับวิธีการให้นมให้ตรงกับความต้องการของลูก และระวังไม่ให้ลูกกลืนลมมากเกินไปหากกินนมจากขวด
  • ปรับกิจวัตรประจำวันของลูกให้สม่ำเสมอเพื่อเพิ่มความสบายใจให้ลูก เช่น ให้กินนมเมื่อตื่นนอน 
  • ปลอบโยนแบบต่างๆอย่างเหมาะสมเมื่อลูกร้อง เช่น อุ้มปลอบ ให้นั่งรถเข็น นอนเปลโยก 
  • นมสำหรับทารกบางชนิดจะมีสูตรพิเศษเพื่อช่วยให้นมย่อยได้ง่ายขึ้นและมีอึที่นุ่มขึ้น ซึ่งจะช่วยลดอาการไม่สบายท้องของลูกได้ 

คำแนะนำดังกล่าวเป็นคำแนะนำเบื้องต้น หากต้องการทราบเทคนิคต่างๆ ควรปรึกษากุมารแพทย์หรือพยาบาลแผนกเด็กค่ะ


มารู้จักอาการท้องผูก 


แบบไหนเรียกว่าท้องผูก?

15% ท้องผูก

ลูกท้องผูกหรืออาการท้องผูกในวัยเด็กส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากความผิดปกติของลำไส้ แต่อาจเกิดจากความล้มเหลวของการฝึกการขับถ่าย โดยปัจจัยด้านอาหารการกินเป็นปัจจัยเสริม เช่น การได้รับอาหารที่มีใยอาหารน้อยเกินไป หรือมีการเปลี่ยนแปลงสูตรนมในเด็ก ซึ่งบางครั้งก็อาจเป็นสาเหตุให้ท้องผูกได้

แบบไหนเรียกว่าท้องผูก?*

  • ลูกถ่ายน้อยกว่าหรือเท่ากับ 2 ครั้งต่อสัปดาห์
  • มีลักษณะเป็นก้อน แห้ง แข็งเป็นเม็ดกระสุน
  • ขณะขับถ่ายลูกต้องออกแรงเบ่งมากกว่าปกติ
  • ลูกแสดงสีหน้าหน้าว่าเจ็บปวดทุกครั้งขณะเจ็บถ่าย
  • เมื่อตรวจดูพบว่าลูกมีบาดแผลบริเวณรอบทวาร
  • ลูกกลับเจ็บในการขับถ่าย แสดงอาการต่อต้าน กลั้นอุจจาระ
  • ในเด็กที่ฝึกขับถ่ายสำเร็จแล้วแต่เคยกลั้นอุจจาระไม่อยู่อย่างน้อย 1 ครั้งต่อสัปดาห์ 

ซึ่งอาการเหล่านี้เป็นเพียงแนวทางคร่าวๆเพื่อประเมินเท่านั้นยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าลูกมีอาการท้องผูกจริงๆ หากมีข้อสงสัยขอแนะนำให้ลูกไปพบกุมารแพทย์เพื่อทำการตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติม

* Zeevenhooven J et al. Pediatr Gastroenterol Hepatol Nutr. 2017;20(1):1-13.


15% ท้องผูก

ลูกท้องผูกหรืออาการท้องผูกในวัยเด็กส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากความผิดปกติของลำไส้ แต่อาจเกิดจากความล้มเหลวของการฝึกการขับถ่าย โดยปัจจัยด้านอาหารการกินเป็นปัจจัยเสริม เช่น การได้รับอาหารที่มีใยอาหารน้อยเกินไป หรือมีการเปลี่ยนแปลงสูตรนมในเด็ก ซึ่งบางครั้งก็อาจเป็นสาเหตุให้ท้องผูกได้

แบบไหนเรียกว่าท้องผูก?*

  • ลูกถ่ายน้อยกว่าหรือเท่ากับ 2 ครั้งต่อสัปดาห์
  • มีลักษณะเป็นก้อน แห้ง แข็งเป็นเม็ดกระสุน
  • ขณะขับถ่ายลูกต้องออกแรงเบ่งมากกว่าปกติ
  • ลูกแสดงสีหน้าหน้าว่าเจ็บปวดทุกครั้งขณะเจ็บถ่าย
  • เมื่อตรวจดูพบว่าลูกมีบาดแผลบริเวณรอบทวาร
  • ลูกกลับเจ็บในการขับถ่าย แสดงอาการต่อต้าน กลั้นอุจจาระ
  • ในเด็กที่ฝึกขับถ่ายสำเร็จแล้วแต่เคยกลั้นอุจจาระไม่อยู่อย่างน้อย 1 ครั้งต่อสัปดาห์ 

ซึ่งอาการเหล่านี้เป็นเพียงแนวทางคร่าวๆเพื่อประเมินเท่านั้นยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าลูกมีอาการท้องผูกจริงๆ หากมีข้อสงสัยขอแนะนำให้ลูกไปพบกุมารแพทย์เพื่อทำการตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติม

* Zeevenhooven J et al. Pediatr Gastroenterol Hepatol Nutr. 2017;20(1):1-13.


คุณแม่จะช่วยลูกน้อยที่มีอาการท้องผูกหรือไม่ถ่ายได้อย่างไร?

อาการท้องผูกเป็นอาการที่พบได้บ่อยในทารกและเด็กเล็ก ซึ่งนอกเหนือจากจะก่อให้เกิดความไม่สบายตัวแล้ว ยังอาจทำให้เพิ่มความเสี่ยงขอโรคบางชนิดในอนาคตได้ ลองดูเคล็ดลับในการช่วยแก้ปัญหานี้นะคะ

  • แนะนำให้กินอาหารที่มีใยอาหารสูง เช่น ผัก ผลไม้ ข้าวซ้อมมือ
  • ดื่มน้ำผลไม้ที่มีน้ำตาลซอร์บิทอลสูง เช่น น้ำลูกพรุน น้ำแพร์ น้ำแอปเปิ้ล
  • ดื่มน้ำในปริมาณที่เพียงพอ
  • เด็กที่มีอาการท้องผูกควรได้รับนมแม่ให้นานที่สุด และในเด็กบางรายอาจพิจารณานมสูตรพิเศษที่ช่วยให้นมย่อยได้ง่ายขึ้นและส่วนผสมของไขมันพืชที่มีกรดเบต้าปาล์มิติกสูง

คำแนะนำดังกล่าวเป็นคำแนะนำเบื้องต้น หากต้องการทราบเทคนิคต่างๆ ควรปรึกษากุมารแพทย์หรือพยาบาลแผนกเด็กนะคะ


Tips ง่ายๆสำหรับคุณแม่ที่กังวลเมื่อลูกไม่ถ่าย

คุณแม่คงทราบดีว่าผลไม้มีใยอาหาร ช่วยในการชับถ่าย แต่การให้ลูกทานผลไม้ต้องรอให้ลูกมีพัฒนาการในการเคี้ยวและย่อยที่เหมาะสมก่อน แม่หลายท่านจึงเลือกให้ลูกดื่มน้ำผลไม้ และน้ำส้มคั้นก็เป็นเมนูยอดนิยมสำหรับคุณแม่เพราะเตรียมเองได้ง่ายและน่าจะสะอาดกว่า แต่ความจริงแล้วมีโอกาสปนเปื้อนเชื้อโรคจากเปลือกส้มซึ่งทำให้ลูกท้องเสียได้ และใยอาหารในน้ำส้มอาจมีปริมาณไม่มากพอที่จะช่วยลดท้องผูก น้ำผลไม้ที่เชื่อว่าช่วยการขับถ่ายได้ เช่น น้ำพรุน เพราะมีสารที่ชื่อว่า ซอร์บิทอล เป็น ยาระบายตามธรรมชาติที่ช่วยกระตุ้นการขับถ่ายได้ รู้อย่างนี้แล้ว เลือกน้ำผลไม้ให้เหมาะสม และปลอดภัยกับลูก อย่าให้มากเกินไปเพราะน้ำผลไม้มีน้ำตาลสูง และอาจทำให้กินนมได้น้อยลงและยังได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ หากยังกังวลว่าลูกยังท้องผูกอยู่ ปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำเพิ่มเติม แพทย์อาจให้ยาระบายชนิดอื่นๆที่มีประสิทธิภาพ


มารู้จักอาการแหวะนม 


แบบไหนเรียกว่าแหวะนม?

30 % แหวะนม

แหวะนมหรือสำรอกนม คือการไหลของอาหารจากกระเพาะอาหารมาที่ปากและไหลออกจากปากโดยไม่ได้ตั้งใจ และการแหวะนมอาจเกิดขึ้นกับการอาเจียนได้ เป็นอาการที่พบได้บ่อยในเด็กแรกเกิด ส่วนใหญ่มักเป็นหลังมื้ออาหาร เพราะกล้ามเนื้อหูรูดของกระเพาะอาหารยังทำงานได้ไม่ดี หูรูดปิดไม่สนิทจึงแหวะนมได้ 

แบบไหนเรียกว่าแหวะนม?*

  • การแหวะนมมากกว่าหรือเท่ากับ 2 ครั้งต่อวัน
  • หลังแหวะนมแล้วลูกยังสามารถกินนมได้ตามปกติ
  • ลูกยังดูแข็งแรง อารมณ์ดี เจริญเติบโตได้ตามปกติ
  • ไม่มีอาการผิดปกติอื่นๆ เช่น มีเลือดปน เซื่องซึม

ซึ่งอาการเหล่านี้เป็นเพียวแนวทางคร่าวๆเพื่อประเมินเท่านั้นยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าลูกมีอาการท้องผูกจริงๆ หากมีข้อสงสัยขอแนะนำให้ลูกไปพบกุมารแพทย์เพื่อทำการตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติม

* Zeevenhooven J et al. Pediatr Gastroenterol Hepatol Nutr. 2017;20(1):1-13.


คุณแม่จะช่วยลูกน้อยที่มีอาการแหวะนมได้อย่างไร

การแหวะนมของลูกเป็นอาการที่คุณแม่ไม่ควรนิ่งนอนใจ นอกจากอาจจะทำให้เด็กได้รับอาหารไม่เต็มที่แล้ว ก็อาจจะทำให้มีการสำลักหรือนำไปสู่ภาวะอื่นๆต่อไปในอนาคต ลองดูเคล็ดลับในการช่วยแก้ปัญหานี้นะคะ

  • ปรับปริมาณนมให้เหมาะสมกับความต้องการของลูก ไม่มากจนเกินไป
  • ปรับปริมาณนมให้น้อยลงแต่เพิ่มความถี่ในการให้นมมากขึ้น
  • ปรับท่าในการให้นม เช่น ป้อนนมในท่าศรีษะสูง
  • ให้ลูกเรอทุกครั้งหลังให้นม
  • เด็กบางรายอาจพิจารณานมสูตรพิเศษที่ช่วยให้นมย่อยได้ง่ายขึ้นและมีลักษณะหนืดขึ้น

คำแนะนำดังกล่าวเป็นคำแนะนำเบื้องต้น หากต้องการทราบเทคนิคต่างๆ ควรปรึกษากุมารแพทย์หรือพยาบาลแผนกเด็กนะคะ


อ่านเพิ่มเติม