ลูกไม่ยอมกินข้าว 6 เคล็ดลับทำให้ลูกกินข้าวง่ายขึ้น

เมื่อลูกไม่ยอมกินข้าว พ่อแม่ควรทำอย่างไร

เมื่อลูกน้อยเข้าสู่วัยขวบปีที่สอง ลูกที่เคยป้อนอาหารง่าย ๆ ให้กินอะไรก็กินแต่โดยดีเริ่มมีอาการปฏิเสธอาหาร ลูกไม่ยอมกินข้าว ลูกกินยาก หรืออาจจะมีอาการ ลูกท้องผูก โดยที่เราไม่สามารถรู้ได้ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่หลายท่านคงได้คิดสรรหาเมนูอาหารมากมายเพื่อให้ลูกกิน หวังว่าลูกจะยอมกินข้าว แต่กลับไม่เป็นผล ลูกอาจกินอาหารเมนูใหม่ในช่วงแรกๆ แล้วก็ปฎิเสธอีก บทความนี้จึงได้รวบรวมเคล็ดลับจะทำอย่างไรเมื่อ ‘ลูกไม่ยอมกินข้าว’ ให้ลูกกินข้าวได้ เพื่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการทางร่างกายสมวัยของลูกรัก


สาเหตุที่ทำให้ลูกไม่ยอมกินข้าว

1. ถูกบังคับให้กินเมื่อไม่อยากกิน

การกินอาหารของเด็กๆ ก็ไม่ต่างไปจากผู้ใหญ่ ในบางมื้อก็กินได้มากและบางมื้อกินได้น้อย ไม่จำเป็นว่าลูก ๆ จะต้องกินเยอะ กินเก่งทุกมื้อเสมอไปจึงจะดี ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ไม่ควรบังคับให้ลูก ๆ กินอาหารให้ได้จำนวนเท่าที่กำหนดทุกมื้อหรือพยายามคะยั้นคะยอให้เด็ก ๆ กินให้มาก ๆ การถูกบังคับหรือตื๊อให้กินเมื่อลูกไม่อยากกินแล้ว เป็นหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ลูกเบื่ออาหาร ลูกจะนึกถึงมื้ออื่น ๆ ที่เคยถูกบังคับให้กินทำให้ไม่อยากกินและเบื่อกิจกรรมการกินอาหารไปเลยก็เป็นได้


2. เด็ก ๆ อยู่เฉย ๆ มากไป

อีกหนึ่งสาเหตุที่ผู้ใหญ่มักนึกไม่ถึงและมองข้ามไป ซึ่งเป็นสาเหตุธรรมดาไม่ซับซ้อนอะไรก็คือ เด็ก ๆ อาจจะนั่งอยู่เฉย ๆ นอนเล่นกลิ้งไปมา ไม่ค่อยมีกิจกรรมที่ได้เคลื่อนไหวออกแรงตลอดวัน ร่างกายไม่ได้ใช้พลังงานอะไรมากมายจึงไม่ต้องการรับอาหารเข้าไปเพิ่ม ลูกจึงไม่รู้สึกหิวและไม่อยากกินอาหาร


ผลของการปฏิเสธและเบื่ออาหาร

เมื่อลูกไม่ยอมกินข้าวบ่อย ๆ ทำให้อาจจะได้รับสารอาหารต่างๆ ไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ส่งผลเสียต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการด้านต่างๆได้ ด้านการเจริญเติบโตทำให้ร่างกายเติบโตไม่เต็มที่ มีส่วนสูงหรือน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่


อ่อนแอเจ็บป่วยง่าย พัฒนาการทางสมองไม่ดี เรียนรู้ช้า และพัฒนาการด้านอารมณ์บกพร่อง ในด้านลักษณะนิสัย หากเด็กเล็ก ๆ คุ้นชินกับการปฏิเสธอาหารไม่รับระทานเป็นเวลา โตขึ้นอาจกลายเป็นคนที่ไร้วินัยและไม่เอาใจใส่ตนเอง


6 เคล็ดลับทำอย่างไรเมื่อลูกไม่ยอมกินข้าว

  1. ตักอาหารจำนวนไม่มาก เมื่อลูกกินจนหมดแล้วยังไม่อิ่มค่อยเติมให้ อย่าตักอาหารให้เยอะเกินไปเพราะหวังให้ลูกกินได้มาก
  2. ไม่บังคับเมื่อเด็ก ๆ รู้สึกอิ่มและไม่อยากกินต่อ แต่ลองหลอกล่อด้วยวิธีที่ทำให้เด็ก ๆ สนใจจูงใจให้อยากกิน แต่หากไม่ได้ผลก็ไม่ควรฝืนต่อไป
  3. จัดเวลาให้ลูกน้อยกินตรงเวลา การทำอะไรเป็นเวลาทุก ๆ กิจกรรมนอกจากเป็นการฝึกวินัยและระเบียบให้เด็ก ๆ ล้ว ยังทำให้การเลี้ยงดูลูกเป็นเรื่องง่ายรวมถึงเรื่องการกินของลูกด้วย เด็ก ๆ จะรู้โดยอัตโนมัติว่านี่คือเวลากินข้าว และจะเคยชินที่จะกินข้าวอย่างง่ายดายเพราะเป็นกิจกรรมที่ต้องทำตามเวลา โดยที่เด็ก ๆ จะไม่รู้สึกฝืนแต่อย่างใด
  4. เลือกเมนูอาหารหลากหลายผลัดเปลี่ยนไป ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ถ้าต้องกินอาหารซ้ำเดิมจำเจวนไปมาก็รู้สึกเบื่ออาหาร ไม่อยากกินได้ไม่ต่างกัน เมื่อลูกไม่ยอมกินข้าวก็ถึงเวลาที่คุณแม่ต้องคิดเมนูใหม่ ๆ บ้างให้ลูกรู้สึกอยากลิ้มลองกินรสชาติใหม่ ๆ
  5. จัดพื้นที่ในการกินแต่ละมื้อให้แก่ลูก บางครอบครัวป้อนข้าวลูกขณะลูกกำลังเล่นอยู่ที่พื้นห้องนั่งเล่น การทำแบบนั้นเด็ก ๆ จะไม่รู้สึกว่ากำลังทำกิจกรรมที่สำคัญคือการกินอาหารและอาจเพลิดเพลินกับการเล่นจนมากเกินไป จัดเก้าอี้กินข้าวให้ลูกและถ้าจะให้ดีให้ร่วมโต๊ะกินอาหารกับสมาชิกทุกคนในครอบครัว เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับลูกและ เมื่อเด็กเล็ก ๆ เห็นพ่อแม่ พี่ กินก็จะรู้สึกอยากกินตามไปด้วย
  6. อย่าให้ลูกน้อยกินอาหารว่างระหว่างมื้อปริมาณมากไป ของว่าง อาหารเสริม หรือนมที่มีปริมาณมากไปหรือบ่อยเกินไปก็จะทำให้ลูกรักเบื่ออาหารมื้อหลัก ทำให้ลูกไม่ยอมกินข้าวได้ ควรให้ลูกได้กินของว่างหรือนมก่อนมื้อหลักอย่างน้อย 1ชั่วโมง เพื่อให้ลูกท้องว่างเมื่อถึงเวลามื้อหลัก การเอาใจใส่ให้ลูกรักกินข้าวได้ในปริมาณที่เหมาะสม ตรงตามมื้ออาหารและมีสารอาหารที่จำเป็นครบ เป็นการเลี้ยงดูลูกที่จะทำให้เด็กๆ แข็งแรงและเติบโตมีพัฒนาการที่ดี ดังนั้นหาก ลูกไม่ยอมกินข้าว ก็ไม่ควรนิ่งนอนใจลองนำเคล็ดลับ 5 ข้อนี้ไปปรับใช้ก็จะดีไม่น้อยทีเดียว


ควรพัฒนาลูกน้อยด้วย นมเด็กแรกเกิด และ นมผง ที่สมวัย ควบคู่กับการรับประทานอาหารไปด้วย จะทำให้ร่างกายเจริญเติบโตเร็วขึ้นค่ะ


> เลือกนมผงให้เหมาะสมกับลูกน้อย มีวิธีเลือกอย่างไร <


Source ข้อมูลสำหรับการแก้ปัญหา “ลูกไม่ยอมกินข้าว” :

·      แนวทางการให้คำแนะนำ/ปรึกษาการบริโภคอาหารสำหรับเด็กขาดอาหารและกลุ่มเสี่ยง. คู่มือแนวทางการดำเนินงาน ส่งเสริมสุขภาพด้านโภชนาการ ในคลินิกสุขภาพเด็กดี สำหรับบุคลากรสาธารณสุข สำนักโภชนาการกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2558. หน้า 52.

·      คู่มือสำหรับพ่อแม่เพื่อการดูแลและพัฒนาเด็ก ตอนเด็กวัยอนุบาล 3-6 ปี. ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย สมาคมกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย.

อ่านเพิ่มเติม